Korea 4th Day
เมื่อคืนก่อน ตอนกลับมาที่เกส์เฮ้าส์ ก็ได้เจอกับพี่อีก 2 คนที่เพิ่งมาใหม่ คือพี่แหม่มกับพี่เล็ก ตอนแรกเรียกพี่แหม่มผิด ไปเรียกพี่แอนเฉย เหอๆๆๆ พี่แหม่มเขาโดนตม.กักตัวด้วย บ่นยาวเลย
โปรแกรมวันนี้จะไปเคียงบกกุงกัน ก็เลยชวนพี่แหม่มกับพี่เล็กไปด้วย ไหนๆพี่เขาก็จะไปเหมือนกันก็พาไปร่วมกันเดิน(หลง)ซะเลย หลังจากที่ได้คุยๆกับพี่แล้ว พี่เขาสองคนน่ารักมากเลยอะ ตลกด้วย 555+ ฮากันเข้าไปเลยทีนี้ มีเพื่อนเดิน มีเพื่อนเที่ยวก็สนุกขึ้นอะ ตอนจะออกไปวัง ที่นัมซานเขาก็ไปส่ง แต่ด้วยความที่เราไม่อยากนั่งรถเขาไง มันเวียนหัวอะ แต่โรบินบอกว่าเขาอยากไปส่ง ก็เลยโอเค ไม่อยากขัดคนใจดี ยอมมึนหน่อยก็ได้วะ
พอถึงวังก็เจอตอนที่เขาแสดงเปลี่ยนเวรยามพอดี ก็รีบวิ่งเข้าไปถ่ายรูป แต่ก็ดูได้แค่ช่วงท้ายๆแล้วอะ ซื้อบัตรเข้าวังนะ ขี้งกชะมัดเลย มันรวมจำนวนคนเอาไว้ในบัตรใบเดียว แล้วงี้จะเก็บกันยังไงอะ ไอ้บ้า รู้งี้เรียงหนึ่งซื้อเลยดีกว่า ก็ด่าเป็นภาษาไทยไป มันฟังไม่รู้เรื่องหรอก 555+
ก็ผิดคาดนิดหน่อย เพราะเท่าที่อ่านๆมา เขาก็ว่ามันสวยๆๆๆกัน ก็เลยคิดว่า สวยมากกกกกก สงสัยจะวาดภาพสวยงามเกินไปมั้ง จริงๆแล้วไม่มีอะไรเลยอะ มีแต่ตำหนักๆๆๆๆ แล้วมันให้มองแต่ภายนอกไง ข้างนอกเขาปิดประตู+หน้าต่างกันหมด แล้วมันเหมือนกันทุกตำหนัก ((ให้กรูดูอะไรวะเนี่ย ข้องใจมากเลย)) 3000 วอนกรู เสียดายหน่อยๆ ก็ยังดีที่มีพิพิธภัณฑ์ ก็เดินเข้าไปดู เขาว่าห้ามถ่ายรูป แต่เราก็ถ่ายกันตรึม หุหุ
พี่แหม่มนี่ก็ฮาตลอด 555+ พี่เขาไม่ฮาหรอก แต่เราฮา ชอบมากเลย ที่จำได้มีอยู่อันนึง เขาพูดถึงการใช้ชีวิตคนสมัยก่อนไง มันก็มีเสื่อ+หมอนที่ทำจากอะไรไม่รู้ เหมือนฟางอะ พี่แหม่มก็บอกว่า อย่างงี้ถ้าโดนไฟก็ไหม้หมดเนอะ คิดได้ครับพี่ ไอ้เรายังไม่ทันคิดเลย ฮ่าๆ
แต่แค่แป๊บเดียวก็เดินออกกัน ไปหาของกินที่ย่านอินซาดง ตอนที่หาของกินอยู่ก็เดินคุยกันไปด้วย แล้วเราก็ตามกลิ่นมาจนเจอซอยที่ขายแต่ของกิน เป็นร้านอาหารทั้งซอยเลย 555+ ก็เดินเลือกๆกันอยู่พักนึง ก็ได้ร้านนึง สั่งคนละเมนู แต่ของมาเต็มโต๊ะเลย ที่นี่กินอะไรทีนึงนะ เครื่องเคียงเขาให้เยอะมาก อร่อยๆร้านนี้ ((ตั้งแต่มาเกาหลีนี่ไม่มีอะไรที่ไม่อร่อยเลยแฮะ))
จากนั้นก็ไป City Hall ไม่เข้าใจว่าทำไมเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เพราะไม่เห็นมีอะไรเลยให้เป็นที่ท่องเที่ยว มันคือลานกว้างๆหรือตึกยาวๆข้างหลังก็ไม่รู้ ก็มึนๆ ไหนวะที่เที่ยว ข้างๆก็มีถ็อกซูกุง ไหนๆก็มาแล้วก็เลยไปซะหน่อย ก็เจอเขาแสดงเปลี่ยนเวรยามอีกรอบนึง เจอท้ายๆอีกละ (- -) ไม่เคยทันตอนต้นเล้ยยย วังนี้จ่ายแค่ 1000 วอน ค่าเข้า ทีนี้เรียงหนึ่งซื้อตั๋วเลย เพราะจะได้ได้เก็บไว้คนละใบที่ระลึก แล้วเป็นไง...บัตรวังนี้มันแยกคนละใบ คือต่อให้ซื้อรวมมันก็ได้คนละใบอะ โถ่เอ๊ย เซ็งจิต ทั้งๆที่เคียงบกกุงน่าจะรับทรัพย์เยอะกว่านะ ไมมันงกจังวะเนี่ย เข้าไปในถ็อกซูกุงก็ไม่มีอะไรเหมือนเดิม แต่นี่จ่ายแค่คนละ 1000 เลยไม่ค่อยเสียดายเท่าไร
ตรงนั้นใกล้ๆนัมแดมุนก็เลยเดินไปนัมแดมุนกัน ถึงจะแค่สถานีเดียว แต่มันก็ไกลแฮะ แล้วจากนัมแดมุนก็เดินกลับมาที่เมียงดง โห แบบว่า โคตรเมื่อยอะ ซื้อของฝากที่เขาฝากมาซื้อเสร็จก็กลับเกสท์เฮ้าส์เลย เพราะว่าเมื่อยขามาก คุยกันไว้ว่าตอน 3 ทุ่มจะขึ้นไป นัมซานทาวเวอร์กัน แต่พอถึงเวลากลับฝนตก ก็เลยขึ้นไปไม่ได้แล้วล่ะ แต่พี่เขาจะไปกินกันก็เลยติดเขาไปกินด้วย เพราะยังไม่ได้กินข้าวเย็นเลย ก็ไปกินบูโกกิร้านเดิม ทีนี้เริ่มสื่อสารกับเขารู้เรื่อง สบายแฮ 555+
ตอนแรกเดินลงมา เจอร้านนึงปิดประตูปิดไฟแล้วก็ตกใจ นึกว่าเขาปิดร้านแล้ว เพราะตอนนั้นก็ปาไป 3 ทุ่มกว่า แต่พอมองๆ อ้าว ไม่ใช่ นั่นร้านอื่น 555+ ต้องเดินเลยไปหน่อย เขายังไม่ปิด ยังรอรับลูกค้าอยู่เลย เข้าไปนั่งในร้านได้แป๊บเดียว มีมาอีกกลุ่มเบ้อเริ่ม ยิ่งดึกคนยิ่งเยอะ
พี่เล็กไม่ค่อยชอบกินเนื้อสัตว์ เพราะห่วงสุขภาพ ดีจังเลยนะ พูดๆแล้วก็อายตัวเองที่ยังตามใจปาก 5555+ ยังชอบกินหมูอยู่ ((ขอโทษนะน้องอู๊ดๆ)) แต่พี่เขาก็กินได้ ตอนแรกก็ห่วงอยู่ว่าจะอิ่มไหม แต่พี่แหม่มนี่ไม่ห่วงเลย พี่แหม่มแกตั้งตารออยู่แล้ว เหอๆ
เดินเข้าร้านมา เขาเห็นก็จำได้ ก็ไม่รู้จะบอกเขายังไงว่าเอาเหมือนเดิม ไม่ได้เอาดิกมาด้วย เลยจิ้มให้เขาดูไม่ได้ แต่ว่าจำได้เว้ยว่าเนื้อหมูมันพูดว่าอะไร เมื่อวานเขาจิ้มเมนูไหนไม่รู้ว่าเป็นเนื้อหมู ก็เลยไปจิ้มมั่วแล้วถามเขาเป็นภาษาเกาหลีว่า "นี่เนื้อหมูใช่ไหม" 555+ ปรากฎว่าจิ้มผิดอัน อันนั้นมันเนื้อวัว ((เนื้อหมูต้องบันทัดถัดมา)) ก็เลยอ้อๆๆ จิ้มอันเป็นเนื้อหมูไปแล้วกางนิ้วออกมา 4 นิ้ว "เอา 4 ชิ้นนะฮะ" เขาก็ชูถามกลับมา แล้วที่โต๊ะก็ตะโกนมาว่าเอาโซจูด้วย ก็เลยสั่งโซจูอีกขวดนึง ก็ไม่รู้ว่าไอ้โซจูนี่มันอร่อยตรงไหน สาโทบ้านเราเวิร์คกว่าเย๊อะะะะะ โซจูนี่แค่จิบนิดเดียว ร้อนวูบไปหมด ร้อนถึงสมองเลย เหวอๆๆ ไม่เอาอะ ไม่ชอบ
กินกันอยู่พักใหญ่ เม้าท์แตกกันไปด้วย ฮากันไปอีก เริ่มเล่าเรื่องชีวิตแต่ละคนว่าเป็นไงมาไง แต่ก็คุยกันตลกๆนะ ไม่ได้ซีเรียส ขนาดซัดจนหมดเตาแล้ว ก็ยังนั่งคุยกันอยู่ วันนี้มีที่ไม่เหมือนเมื่อวานคือมีเครื่องเคียงเพิ่มอีกอย่างนึง และที่สเปเชี่ยลกว่านั้นก็คือ วันนี้มีผลไม้ให้ด้วยเว้ยเฮ้ย โวยวาย((อยู่ในใจ)) ว่าทำไมเมื่อวานไม่มีวะ เป็นสาลี่ออะ อร่อยมากเลยชอบ แก้เลี่ยนดี น้ำจิ้มเขาที่นี่กินนานๆแล้วมันจะเค็มมากขึ้นจนแสบลิ้นเลยอะ กินเยอะไม่ค่อยได้ ก็ดีที่มีผลไม้มาช่วยบรรเทาความเค็มในปากหน่อย ((ถ้าลดความเค็ม((งก))ของตัวข้าพเจ้านี้ด้วยนะดีมาก 555+))
นั่งอยู่จนเขาไปกันหมดร้านแล้วเราก็ยังไม่ออกกัน เอาแต่นั่งคุย สักพักเริ่มหมดเรื่องคุยและดึกมากแล้วด้วย ก็เลยคิดว่ากลับกันดีกว่า แต่พีล็กกับพี่แหม่มเขาจะไป 7-11 กันต่อ ก็เลยขอกลับที่พักก่อน ก็แยกกันหน้าร้านตรงนั้น เดินออกมาจากร้าน ฝนตกหนักกว่าเดิม ตอนขามาขอร่มกับคุณโรบินแล้ว ได้มาคนละอัน ฝนเลยไม่ค่อยโดนหัว แต่ขากลับมาฝนตกหนักกว่าหน่อยชิมิ ไม่โดนแค่หัว แต่ตามตัวจนถึงเท้านี่ก็โดนฝนอะ แถมล่อรองเท้าแตะมาด้วย มันเลยไม่อุ่นเท่าไร มีฝน มีลม หนาวมากกกกกกก กลับมาซัดไทลินอล 2 เม็ด กันเอาไว้ก่อน นี่ถ้าจะให้ดี อยากซัดยาแก้หวัดเข้าไปด้วยมากกว่า แต่ไม่มีใครมีเลยอะ ส่วนใหญ่มีแต่ไทลินอล ง่าาาาา
กลับมาที่พักก็เจอกับโรบินที่กำลังจะกลับบ้านพอดี ((เลิกงานแล้วน่ะ)) โรบินเขาเป็นอะไรอย่างนึงไม่รู้ ชอบชวนกินเหล้า 5555+ ก็ไม่ใช่เหล้าแบบบ้านเราหรอก เหล้าเกาหลีที่เขาเรียก "โซจู" น่ะ เจอกี่ทีก็ชวน แล้วยังบอกอีกว่า ถ้าเราจะไปกินต้องเอาพาสปอร์ตไปด้วย เพราะว่าเขาอาจไม่เชื่อว่าอายุถึง ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ อยากจะหัวเราเป็นภาษากรีก แหม จะบอกว่าฉันหน้าเด็กว่างั้น เปล่าหรอก! แท้จริงแล้ว ความจริงในใจเขาไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ...เขาหมายถึงเราตัวเล็กต่างหาก - นัยๆว่าเตี้ยนั่นเอง... ((โฮๆๆ)) ก็ไม่ได้อยากเตี้ยและต๊องอย่างงี้สักหน่อย แต่แม่ให้ความสูงมาแค่นี้ ทำไงได้ ฮิฮิ คุยเสร็จก็แบบว่า Nice to meet you ได้เช็คแฮนด์กันด้วย อ้วนแว่นเนื้อนุ่มใช้ได้ ท่าจะหมักมานาน เอิ๊กๆๆ ถ้ามาไทยจริงก็ดีนะ จะได้ตอบแทนบ้าง
พอดึกๆก็เริ่มซื้ดๆ กินยาไปแล้ว แต่อย่างที่บอก มันเป็นไทลินอลไง ไม่ใช่แก้หวัด อยากได้แต่ก็ไม่รู้จะขอใคร พรุ่งนี้จะไปซูวอน พี่เขาก็อยากไปเหมือนกัน ก็เย้ๆ ได้ไปด้วยกันอีกวันนึง วิ่งลงมาข้างล่างก็เจอพี่แหม่ม คุยกันอยู่แป๊บเดียว ก็ขอตัวขึ้นไปนอน วันนี้ตั้งแต่เย็นกลับมาก็ไม่ได้พักเลย คิดเงิน เล่นเน็ต ดูทีวี 555+ ทำตัวเองทั้งนั้น เหนื่อยๆก็เลยขอไปนอนก่อนดีกว่า ตกลงเรื่องเวลากับพี่เสร็จก็จะไปนอนแล้วล่ะ ((แต่ขอเล่นเน็ตอีกหน่อย โฮะๆ))
生田 斗真 : 伊野尾 慧 : 中丸 雄一
โปรแกรมวันนี้จะไปเคียงบกกุงกัน ก็เลยชวนพี่แหม่มกับพี่เล็กไปด้วย ไหนๆพี่เขาก็จะไปเหมือนกันก็พาไปร่วมกันเดิน(หลง)ซะเลย หลังจากที่ได้คุยๆกับพี่แล้ว พี่เขาสองคนน่ารักมากเลยอะ ตลกด้วย 555+ ฮากันเข้าไปเลยทีนี้ มีเพื่อนเดิน มีเพื่อนเที่ยวก็สนุกขึ้นอะ ตอนจะออกไปวัง ที่นัมซานเขาก็ไปส่ง แต่ด้วยความที่เราไม่อยากนั่งรถเขาไง มันเวียนหัวอะ แต่โรบินบอกว่าเขาอยากไปส่ง ก็เลยโอเค ไม่อยากขัดคนใจดี ยอมมึนหน่อยก็ได้วะ
พอถึงวังก็เจอตอนที่เขาแสดงเปลี่ยนเวรยามพอดี ก็รีบวิ่งเข้าไปถ่ายรูป แต่ก็ดูได้แค่ช่วงท้ายๆแล้วอะ ซื้อบัตรเข้าวังนะ ขี้งกชะมัดเลย มันรวมจำนวนคนเอาไว้ในบัตรใบเดียว แล้วงี้จะเก็บกันยังไงอะ ไอ้บ้า รู้งี้เรียงหนึ่งซื้อเลยดีกว่า ก็ด่าเป็นภาษาไทยไป มันฟังไม่รู้เรื่องหรอก 555+
ก็ผิดคาดนิดหน่อย เพราะเท่าที่อ่านๆมา เขาก็ว่ามันสวยๆๆๆกัน ก็เลยคิดว่า สวยมากกกกกก สงสัยจะวาดภาพสวยงามเกินไปมั้ง จริงๆแล้วไม่มีอะไรเลยอะ มีแต่ตำหนักๆๆๆๆ แล้วมันให้มองแต่ภายนอกไง ข้างนอกเขาปิดประตู+หน้าต่างกันหมด แล้วมันเหมือนกันทุกตำหนัก ((ให้กรูดูอะไรวะเนี่ย ข้องใจมากเลย)) 3000 วอนกรู เสียดายหน่อยๆ ก็ยังดีที่มีพิพิธภัณฑ์ ก็เดินเข้าไปดู เขาว่าห้ามถ่ายรูป แต่เราก็ถ่ายกันตรึม หุหุ
พี่แหม่มนี่ก็ฮาตลอด 555+ พี่เขาไม่ฮาหรอก แต่เราฮา ชอบมากเลย ที่จำได้มีอยู่อันนึง เขาพูดถึงการใช้ชีวิตคนสมัยก่อนไง มันก็มีเสื่อ+หมอนที่ทำจากอะไรไม่รู้ เหมือนฟางอะ พี่แหม่มก็บอกว่า อย่างงี้ถ้าโดนไฟก็ไหม้หมดเนอะ คิดได้ครับพี่ ไอ้เรายังไม่ทันคิดเลย ฮ่าๆ
แต่แค่แป๊บเดียวก็เดินออกกัน ไปหาของกินที่ย่านอินซาดง ตอนที่หาของกินอยู่ก็เดินคุยกันไปด้วย แล้วเราก็ตามกลิ่นมาจนเจอซอยที่ขายแต่ของกิน เป็นร้านอาหารทั้งซอยเลย 555+ ก็เดินเลือกๆกันอยู่พักนึง ก็ได้ร้านนึง สั่งคนละเมนู แต่ของมาเต็มโต๊ะเลย ที่นี่กินอะไรทีนึงนะ เครื่องเคียงเขาให้เยอะมาก อร่อยๆร้านนี้ ((ตั้งแต่มาเกาหลีนี่ไม่มีอะไรที่ไม่อร่อยเลยแฮะ))
จากนั้นก็ไป City Hall ไม่เข้าใจว่าทำไมเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เพราะไม่เห็นมีอะไรเลยให้เป็นที่ท่องเที่ยว มันคือลานกว้างๆหรือตึกยาวๆข้างหลังก็ไม่รู้ ก็มึนๆ ไหนวะที่เที่ยว ข้างๆก็มีถ็อกซูกุง ไหนๆก็มาแล้วก็เลยไปซะหน่อย ก็เจอเขาแสดงเปลี่ยนเวรยามอีกรอบนึง เจอท้ายๆอีกละ (- -) ไม่เคยทันตอนต้นเล้ยยย วังนี้จ่ายแค่ 1000 วอน ค่าเข้า ทีนี้เรียงหนึ่งซื้อตั๋วเลย เพราะจะได้ได้เก็บไว้คนละใบที่ระลึก แล้วเป็นไง...บัตรวังนี้มันแยกคนละใบ คือต่อให้ซื้อรวมมันก็ได้คนละใบอะ โถ่เอ๊ย เซ็งจิต ทั้งๆที่เคียงบกกุงน่าจะรับทรัพย์เยอะกว่านะ ไมมันงกจังวะเนี่ย เข้าไปในถ็อกซูกุงก็ไม่มีอะไรเหมือนเดิม แต่นี่จ่ายแค่คนละ 1000 เลยไม่ค่อยเสียดายเท่าไร
ตรงนั้นใกล้ๆนัมแดมุนก็เลยเดินไปนัมแดมุนกัน ถึงจะแค่สถานีเดียว แต่มันก็ไกลแฮะ แล้วจากนัมแดมุนก็เดินกลับมาที่เมียงดง โห แบบว่า โคตรเมื่อยอะ ซื้อของฝากที่เขาฝากมาซื้อเสร็จก็กลับเกสท์เฮ้าส์เลย เพราะว่าเมื่อยขามาก คุยกันไว้ว่าตอน 3 ทุ่มจะขึ้นไป นัมซานทาวเวอร์กัน แต่พอถึงเวลากลับฝนตก ก็เลยขึ้นไปไม่ได้แล้วล่ะ แต่พี่เขาจะไปกินกันก็เลยติดเขาไปกินด้วย เพราะยังไม่ได้กินข้าวเย็นเลย ก็ไปกินบูโกกิร้านเดิม ทีนี้เริ่มสื่อสารกับเขารู้เรื่อง สบายแฮ 555+
ตอนแรกเดินลงมา เจอร้านนึงปิดประตูปิดไฟแล้วก็ตกใจ นึกว่าเขาปิดร้านแล้ว เพราะตอนนั้นก็ปาไป 3 ทุ่มกว่า แต่พอมองๆ อ้าว ไม่ใช่ นั่นร้านอื่น 555+ ต้องเดินเลยไปหน่อย เขายังไม่ปิด ยังรอรับลูกค้าอยู่เลย เข้าไปนั่งในร้านได้แป๊บเดียว มีมาอีกกลุ่มเบ้อเริ่ม ยิ่งดึกคนยิ่งเยอะ
พี่เล็กไม่ค่อยชอบกินเนื้อสัตว์ เพราะห่วงสุขภาพ ดีจังเลยนะ พูดๆแล้วก็อายตัวเองที่ยังตามใจปาก 5555+ ยังชอบกินหมูอยู่ ((ขอโทษนะน้องอู๊ดๆ)) แต่พี่เขาก็กินได้ ตอนแรกก็ห่วงอยู่ว่าจะอิ่มไหม แต่พี่แหม่มนี่ไม่ห่วงเลย พี่แหม่มแกตั้งตารออยู่แล้ว เหอๆ
เดินเข้าร้านมา เขาเห็นก็จำได้ ก็ไม่รู้จะบอกเขายังไงว่าเอาเหมือนเดิม ไม่ได้เอาดิกมาด้วย เลยจิ้มให้เขาดูไม่ได้ แต่ว่าจำได้เว้ยว่าเนื้อหมูมันพูดว่าอะไร เมื่อวานเขาจิ้มเมนูไหนไม่รู้ว่าเป็นเนื้อหมู ก็เลยไปจิ้มมั่วแล้วถามเขาเป็นภาษาเกาหลีว่า "นี่เนื้อหมูใช่ไหม" 555+ ปรากฎว่าจิ้มผิดอัน อันนั้นมันเนื้อวัว ((เนื้อหมูต้องบันทัดถัดมา)) ก็เลยอ้อๆๆ จิ้มอันเป็นเนื้อหมูไปแล้วกางนิ้วออกมา 4 นิ้ว "เอา 4 ชิ้นนะฮะ" เขาก็ชูถามกลับมา แล้วที่โต๊ะก็ตะโกนมาว่าเอาโซจูด้วย ก็เลยสั่งโซจูอีกขวดนึง ก็ไม่รู้ว่าไอ้โซจูนี่มันอร่อยตรงไหน สาโทบ้านเราเวิร์คกว่าเย๊อะะะะะ โซจูนี่แค่จิบนิดเดียว ร้อนวูบไปหมด ร้อนถึงสมองเลย เหวอๆๆ ไม่เอาอะ ไม่ชอบ
กินกันอยู่พักใหญ่ เม้าท์แตกกันไปด้วย ฮากันไปอีก เริ่มเล่าเรื่องชีวิตแต่ละคนว่าเป็นไงมาไง แต่ก็คุยกันตลกๆนะ ไม่ได้ซีเรียส ขนาดซัดจนหมดเตาแล้ว ก็ยังนั่งคุยกันอยู่ วันนี้มีที่ไม่เหมือนเมื่อวานคือมีเครื่องเคียงเพิ่มอีกอย่างนึง และที่สเปเชี่ยลกว่านั้นก็คือ วันนี้มีผลไม้ให้ด้วยเว้ยเฮ้ย โวยวาย((อยู่ในใจ)) ว่าทำไมเมื่อวานไม่มีวะ เป็นสาลี่ออะ อร่อยมากเลยชอบ แก้เลี่ยนดี น้ำจิ้มเขาที่นี่กินนานๆแล้วมันจะเค็มมากขึ้นจนแสบลิ้นเลยอะ กินเยอะไม่ค่อยได้ ก็ดีที่มีผลไม้มาช่วยบรรเทาความเค็มในปากหน่อย ((ถ้าลดความเค็ม((งก))ของตัวข้าพเจ้านี้ด้วยนะดีมาก 555+))
นั่งอยู่จนเขาไปกันหมดร้านแล้วเราก็ยังไม่ออกกัน เอาแต่นั่งคุย สักพักเริ่มหมดเรื่องคุยและดึกมากแล้วด้วย ก็เลยคิดว่ากลับกันดีกว่า แต่พีล็กกับพี่แหม่มเขาจะไป 7-11 กันต่อ ก็เลยขอกลับที่พักก่อน ก็แยกกันหน้าร้านตรงนั้น เดินออกมาจากร้าน ฝนตกหนักกว่าเดิม ตอนขามาขอร่มกับคุณโรบินแล้ว ได้มาคนละอัน ฝนเลยไม่ค่อยโดนหัว แต่ขากลับมาฝนตกหนักกว่าหน่อยชิมิ ไม่โดนแค่หัว แต่ตามตัวจนถึงเท้านี่ก็โดนฝนอะ แถมล่อรองเท้าแตะมาด้วย มันเลยไม่อุ่นเท่าไร มีฝน มีลม หนาวมากกกกกกก กลับมาซัดไทลินอล 2 เม็ด กันเอาไว้ก่อน นี่ถ้าจะให้ดี อยากซัดยาแก้หวัดเข้าไปด้วยมากกว่า แต่ไม่มีใครมีเลยอะ ส่วนใหญ่มีแต่ไทลินอล ง่าาาาา
กลับมาที่พักก็เจอกับโรบินที่กำลังจะกลับบ้านพอดี ((เลิกงานแล้วน่ะ)) โรบินเขาเป็นอะไรอย่างนึงไม่รู้ ชอบชวนกินเหล้า 5555+ ก็ไม่ใช่เหล้าแบบบ้านเราหรอก เหล้าเกาหลีที่เขาเรียก "โซจู" น่ะ เจอกี่ทีก็ชวน แล้วยังบอกอีกว่า ถ้าเราจะไปกินต้องเอาพาสปอร์ตไปด้วย เพราะว่าเขาอาจไม่เชื่อว่าอายุถึง ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ อยากจะหัวเราเป็นภาษากรีก แหม จะบอกว่าฉันหน้าเด็กว่างั้น เปล่าหรอก! แท้จริงแล้ว ความจริงในใจเขาไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ...เขาหมายถึงเราตัวเล็กต่างหาก - นัยๆว่าเตี้ยนั่นเอง... ((โฮๆๆ)) ก็ไม่ได้อยากเตี้ยและต๊องอย่างงี้สักหน่อย แต่แม่ให้ความสูงมาแค่นี้ ทำไงได้ ฮิฮิ คุยเสร็จก็แบบว่า Nice to meet you ได้เช็คแฮนด์กันด้วย อ้วนแว่นเนื้อนุ่มใช้ได้ ท่าจะหมักมานาน เอิ๊กๆๆ ถ้ามาไทยจริงก็ดีนะ จะได้ตอบแทนบ้าง
พอดึกๆก็เริ่มซื้ดๆ กินยาไปแล้ว แต่อย่างที่บอก มันเป็นไทลินอลไง ไม่ใช่แก้หวัด อยากได้แต่ก็ไม่รู้จะขอใคร พรุ่งนี้จะไปซูวอน พี่เขาก็อยากไปเหมือนกัน ก็เย้ๆ ได้ไปด้วยกันอีกวันนึง วิ่งลงมาข้างล่างก็เจอพี่แหม่ม คุยกันอยู่แป๊บเดียว ก็ขอตัวขึ้นไปนอน วันนี้ตั้งแต่เย็นกลับมาก็ไม่ได้พักเลย คิดเงิน เล่นเน็ต ดูทีวี 555+ ทำตัวเองทั้งนั้น เหนื่อยๆก็เลยขอไปนอนก่อนดีกว่า ตกลงเรื่องเวลากับพี่เสร็จก็จะไปนอนแล้วล่ะ ((แต่ขอเล่นเน็ตอีกหน่อย โฮะๆ))
生田 斗真 : 伊野尾 慧 : 中丸 雄一


+++นี่ ไปไหนอากาศเปลี่ยนหน่อยก็ไม่สบาย อีอ่อนแอ ฮ่าๆๆๆ