ตรวจสุขภาพ
หลังจากที่ปล่อยให้ตัวเองเริงร่ากับการใช้ชีวิต และการผลัดวันประกันพรุ่งของตัวเองในการจะไปตรวจสุขภาพ แบบว่าร่วมปีได้มั้ง จนในที่สุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็สามารถไปตรวจได้สักที อันที่จริงเนี่ย ก็ยังปล่อยปละละเลยต่อไปนั่นแหละ เพียงแต่เมื่อวันก่อนจะไปตรวจเพียงวันเดียว เพื่อนของพี่สาวโทรมาปรับทุกข์กับพี่สาวเรื่องอาการป่วยของตนเอง ตอนที่ได้ยินเขาคุยกัน ก็ได้ยินพี่สาวคุยปกติ จนก่อนวางสายพี่สาวบอกเพื่อนว่า "ทำใจดีๆแล้วกันนะมึง" โอ้ววววว เหตุใดจึงใช้คำนี้หนอ พอวางสายเลยรีบถาม พี่สาวเลยบอกว่า เพื่อนกำลังจิตตกและเศร้า เพราะว่าไปตรวจสุขภาพมา มีเกณฑ์จะเป็นมะเร็งปากมดลูก คือ ณ วินาทีนั้น ในใจฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า โลกใบนี้ช่างก่อเกิดอะไรได้รวดเร็วจนไม่น่าเชื่อจริงๆ แล้วนึกไปไกลถึงเรื่องมะเร็งอื่นๆๆๆๆ ที่แบบว่า เขาเคยพูดกันว่า อยู่เฉยๆก็เป็นมะเร็งได้ มันเป็นอะไรที่น่ากลัว นั่นเป็นจุดเล็กๆจุดหนึ่งที่กระตุ้นเราว่า เราควรดูแลตัวเองจริงๆจังๆเสียที
วันถัดมารีบไปอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย งงกันทั้งบางว่าอารมณ์ไหน อยู่ดีๆก็ไปตรวจสุขภาพ นึกอยากจะไปก็ไปซะงั้น (จริงๆแล้วก็เปล่าสักหน่อย แค่ไม่เคยพูดเท่านั้นเองว่าคิดจะไปน่ะ) ก็ขอพรไหว้พระก่อนออกจากบ้านอย่างดิบดี นี่แค่ไปตรวจสุขภาพนะเนี่ย ต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์กันหน่อยล่ะทีนี้ พอไปถึงโรงพยาบาลก็เดินดุ่มๆๆๆเข้าไปที่เคาน์เตอร์และบอกขอตรวจสุขภาพเดี๋ยวนั้นเลย เขาก็พาไปเจาะเลือดเลย รัดแขนปั้บๆ แม่คุณก็คว้าหลอดฉีดยามา แทงเข้าเส้นเลือดอย่างสวยงาม "โอ้ยยยย โคตรเจ็บ" (ร้องในใจน่ะ) คือมันไม่ได้เจ็บมาก ก็เจ็บไปตามประสาของมีคมโดนร่างกายนั่นแหละ เทอได้เลือดดิฉันไปหลอดเต็มๆจนหนำใจแล้ว เทอก็ให้ดิฉันไปห้องน้ำเพื่อเก็บพีพี สามารถได้มาเกิบครึ่งป๋องก็โอเคล่ะ ไม่บอกล่วงหน้านี่ จะได้บิ้วท์ก่อน
จากนั้นไปต่อที่ห้องเอ็กซเรย์ เขาก็พาไปห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า คือแบบว่าเปลี่ยนนานมาก เพราะอุปกรณ์บนร่างกายเยอะมาก ไหนจะโทรศัพท์เข้า เลยต้องหยุดคุยอีกสักพักระหว่างเปลี่ยนเสื้อผ้า คือใช้เวลาร่วมห้านาทีได้ (ซึ่งมันก็นานนะ) เก็บของทั้งหมดเข้าตู้ ล็อคเรียบร้อย เดินออกมา เข้าห้องเอ็กซเรย์ไปเพื่อทำการเอ็กซเรย์ปอด "กางแขนนะคะ เอาลำตัวแนบนะคะ หายใจเข้าลึกๆแล้วกลั้นหายใจไว้นะคะ" แชะ! "เรียบร้อยแล้วค่ะ" ขอบใจ!!!! ยังไม่ถึงสิบวินาทีเรย เหตุการณ์ในห้องเอ็กซเรย์ผ่านไปอย่างรวดเร็วมากกกก เล่นซะอึ้ง จากนั้นเดินกลับเข้าห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกครั้ง คือแบบว่า อาจจะเพราะดิฉันโง่ เลยไม่ทันได้คิดน่ะค่ะ ว่าแมร่งจะแชะเดียวเสร็จ เปลี่ยนเสื้อผ้าซะนาน คนที่เอ็กซเรย์ให้ก็มีมารยาทมากทีเดียว กิ๊บหนีบผมที่ติดมาด้วย เทอเดินตามหลังมาตอนออกจากห้องเอ็กซเรย์ ดึงออกจากหัวซะงั้น ไม่ตบหัวกรูส่งท้ายด้วยเรยอ่ะ t(- - ")
ณ ขณะนั้นก็เดินไปวัดความดัน "ปกตินะคะ" ...จ้ะ... แล้วก็เดินไปห้องๆนึง เขาให้ขึ้นไปยืนบนแท่น มันเหมือนเครื่องช่างน้ำหนักอะนะ มันเป็นเครื่องที่ใช้แม่เหล็กตรวจทั้งร่างกายของเรา โดยเรายืนอยู่บนแท่งแม่เหล็กให้ถูกตามที่นางพยาบาลบอก แล้วก็สองมือเขาจะให้กำแม่งเหล็กแบบมือจับเอาไว้ทั้งสองข้าง และกางแขนออกพอประมาณ ให้ค้างท่านั้นไว้จนกว่าเครื่องตรวจจะเด้งคำว่า 100% ขึ้นมา ก็ไม่นานมากหรอก สักพักใหญ่ๆพอให้ยืนนิ่งๆได้ พอตรวจเสร็จปั๊บ แปบเดียวอะ ปริ้นท์รายงานผลได้ทันที และเขาก็จะอธิบายผลการตรวจจากเครื่องนั้นให้ทันทีเหมือนกัน
ผลการตรวจนั้น ปกติ ปกติ ปกติ ปกติ ปกติ แต่! แต่...คอลเรสเตอรอลสูงนิดนึง เกณฑ์ปกติห้ามเกิน 200 แต่เดี๊ยนได้ 211 น่ะ แล้วก็...ผอมไป... "ห๊ะ! ผอมไป" นี่กรูยังผอมไปอีกหรือเนี่ย พี่พยาบาลบอกว่า ถ้าจะให้สุขภาพดีตามเกณฑ์ ต้องหนักเพิ่มขึ้นอีกสัก 7 กิโลนะคะ "บ้าาาาดิ" ขึ้นอีก 7 กิโล พูดเป็นเรื่องตลกโปกฮา กูจะเหลือเหรอ นี่ก็ไม่ผอมแล่ว ต่อไปก็โลหิตจาง แต่ว่าเม็ดเลือดขาวและแดงปกติ
จากนั้นคุณครูก็ปล่อยนักเรียนไปทานข้าว ระหว่างทานข้าว คุยโทรศัพท์ไปด้วยเพราะเหงา มาตรวจสุขภาพคนเดียว ไม่มีคนให้กำลังใจมันก็ต้องเหงาเป็นปกตินั่นแหละ เคยเหงายังไงก็ยังเหงาอยู่อย่างนั้น แล้วคุยโทรศัพท์เพลิน มีสายเข้าอีกเครื่องไม่รู้ตัว เหมือนจะปิดเสียงไว้ คือหมอโทรมาตามให้ไปตรวจ เพราะว่าหมอจะออกเวรแร้ว พอเม้าท์แตกไปได้สักประมาณชั่วโมงฝ่าๆ ก็วางสายและลงไปชั้นล่างเพื่อทำการตรวจต่อ
พอลงมา แจ้งชื่อ นั่งรอ ไม่นานนักก็ถูกเรียกหาคุณหมอใจดีคนสวย เป็นโลหิตจางหนาก๊ะ ต้องหมั่นออกกำลังกาย กินเนื้อสัตว์หน่อย กินได้ ไม่เป็นอันตราย เพราะว่าสุขภาพไม่ดีเท่าไร ทำให้เป็นภูมิแพ้ ฮัดชิ้ว ฮัดเช้ย (อันนี้เติมเอง) เป็นภูมิแพ้ง่าย แพ้นู่นแพ้นี่ เด๋วหมอจาให้ยาบำรุงเลือด เอาไหมก๊ะ ก็เลยพยักหน้าหงึกหงัก เอาก่ะ แล้วก็ได้มาร่วมร้อยกว่าเม็ด โฮกกกกกกก และให้มาตรวจเลือดใหม่อีกครั้ง อีกประมาณเดือนครึ่ง เพื่อดูว่าเลือดโอเคยัง กระซิกๆ ต้องโดนเข็มแทงอีกแร้ว มันเจะนะ
ออกมาจากห้องตรวจ เพิ่งได้ตรัสรู้ว่าเป็นคุณพยาบาลคนหนึ่งที่โทรมาตอนที่เราหม่ำข้าว ปรากฏว่าตอนนี้คุณหมอกลับไปแล้ว แฮ่ๆ เม้าท์เพลินนี่เอง ก็เลยนัดมาเช้าวันพรุ่งนี้ พอข้ามวันมาก็รีบมาหาหมอแต่เช้าตามที่นัดหมาย คุณหมอก็แอบบ่นว่าเมื่อวานโทรไปตั้งหลายสายไม่รับ อ๊ายอาย หมอจะประจานทำไมเนี่ย ที่ต้องตรวจอันนี้ก็คือการตรวจที่ผู้หญิงหลายคนตรวจกันนั่นแหละ...มะเร็งปากมดลูก ทำอัลตร้าซาวนด์ด้วยนะ เจะหลายๆ หมอมือโคตรหนัก แมร่ง ไม่ยั้งกันเลย บ้าจริง มันเจะนะคะป้าหมอ แล้วก็ได้ยามาอีกแผงนึง
ลงมาหน้าห้องจ่ายยาและชำระเงิน เชื่อแมะ แมร่ง นั่งไม่ได้อ่ะ ป้าหมอแกมือหนักมากจริงๆ ไม่ตบกรูให้สลบไปเลยฟระ ต้องนั่งทับขาข้างนึงอ่ะ ไม่ไหวๆ เดินก็ต้องเดินช้าๆ รู้สึกสมเพชตัวเอง ณ จุดนั้น รวมเบ็ดเสร็จแล้ว เสียค่าตรวจครั้งนี้ไปทั้งหมดราวๆเกิบห้าพันได้อะ ก็ต้องแลกกันใช่ไหม ตามศัพท์จีนที่ว่า "จี๊เลาะนั้งเผ่งอัง" เฮ้อออออออ
โดยรวมออกมาไม่มีปัญหาเท่าไร ก็ถือว่าโอเคล่ะเนอะ ^________________^
(แต่ผลการตรวจมะเร็งปากมดลูกยังไม่มาเลย บอกจะส่งมาให้ที่บ้าน น๊านนานอะ)


อิอิ